Home / สาระเป็นความรู้ / เทคนิคการติดตาเขียวยางพารา เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ยางพาราที่สมบูรณ์มีคุณภาพ

เทคนิคการติดตาเขียวยางพารา เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ยางพาราที่สมบูรณ์มีคุณภาพ

ยางพารา เป็นพืชเศรษกิจที่สำคัญของประเทศ นิยมปลูกกันมากทางภาคใต้และภาคตะวันออก แต่ปัจจุบันมีการปลูกยางพาราทั่วทุกภูมิภาคของไทย วันนี้คุณอภิชาติ ภารมงคล ปราชญ์ชาวบ้านตำบลแม่น้ำคู้ จะมาแนะนำขั้นตอนการติดตาเขียวยางพาราด้วยตนเองเพื่อเป็นการลดต้นทุนของเกษตรกรในการซื้อต้นกล้าพันธุ์ยาง

เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิดจังหวัดระยอง ลงพื้นที่พบ คุณอภิชาติ ภารมงคล ปราชญ์ชาวบ้านตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เกษตรกรผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการขยายพันธุ์พืช และเป็นวิทยากรผู้ชำนาญการของศูนย์ส่งเสริมและพัตนาอาชีพการเกษตรอำเภอปลวกแดงจังหวัดระยอง ได้แนะนำ วิธีการติดตาเขียวยางพารา เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ยางพาราที่สมบูรณ์มีคุณภาพ และยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายของเกษตกรในการซื้อกล้ายางอีกด้วย

วัสดุ-อุปกรณ์ 1.เมล็ดยางพารา ตามปริมาณต้นยางที่ต้องการ 2.ปุ๋ยมะพร้าวที่มีความชื้น 60 เปอร์เซ็น 3.ยากันเชื้อราน้ำค้าง 4.มีดปลายแหลม 5.ถุงชำที่กรอกดินเหนียวไว้แล้ว ตามปริมาณต้นยางที่ต้องการ 6.แผ่นพลาสติกใสสำหรับติดตายาง วิธีการติดตาเขียวยางพารา 1.เก็บเมล็ดยางมาคลุกปุ๋ยมะพร้าวที่มีความชื้น 60 เปอร์เซ็นต์ไว้ 4 วัน 2. เมื่อเมล็ดยางเริ่มงอกออกมาเป็นตีนตุ๊กแก ให้นำไปหยอดในถุงชำที่เรากรอกดินเหนียวไว้ หยอดไว้ 3 เมล็ดต่อถุง เพื่อคัดต้นที่สวยที่สุดเก็บไว้ 3. คัดต้นที่ไม่สมบูรณ์(ต้นกระเทย,ต้นตัวเมีย,ต้นใบขาว)ออก ให้เหลือต้นที่สมบูรณ์ที่สุดไว้ต้นเดียว 4. ทิ้งไว้ประมาณ 6-8 เดือน โดยในระหว่างนี้ให้คอยฉีดยากันเชื้อรา,ราน้ำค้าง (ฉีดครั้งแรกตอนเริ่มขึ้นยอดอ่อนและฉีดอีกครั้งตอนใบเริ่มเท) ใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง 5. เมื่อต้นเริ่มโตพอที่จะติดตา(สังเกตุต้นจะเป็นสีน้ำตาล) ให้ทำการติดตา

6. เปิดรอยกรีดโดยใช้ปลายมีดกรีดตามความยาวของลำต้น จำนวน 2 รอย ความยาว 7 ถึง 8 เซ็นติเมตร ห่างกันประมาณ 1 เซ็นติเมตร ให้ส่วนล่างของรอยกรีดสูงจากพื้นดิน ประมาณ 1 ถึง 2 เซ็นติเมตร แล้วใช้มีดกรีดเป็นแนวขวางกับรอยกรีดโดยให้ด้านบนเชื่อมติดกัน แล้วใช้ปลายมีดหรือด้ามแคะเปลือกบริเวณมุมแล้วลอกเปลือกลงข้างล่างจนสุด จากนั้นตัดเปลือกที่ดึงออกให้เหลือเป็นลักษณะของลิ้นสั้นๆ ความยาวประมาณ 1 ถึง

2 เซ็นติเมตร 7. เตรียมแผ่นตาที่ได้จากกิ่งตาเขียว ใช้มีดคมเฉือนออกอย่างเบามือ โดยเริ่มจากด้านปลายไปยังด้านโคนโดยให้ติดเนื้อไม้บางๆ อย่างสม่ำเสมอตลอดแนวยาว ความยาวประมาณ 8 ถึง 9 เซ็นติเมตร และให้มีตาอยู่ตรงกลางแผ่น ความกว้างของแผ่นตากะประมาณให้พอดีกับความกว้างของรอยแผล และเปิดเปลือกบนต้นกล้า หากการเฉือนแผ่นตาหนา ให้มีความหนามากเกินไปจะทำให้ลอกออกยาก เนื่องจากแผ่นตาเขียวช้ำได้ง่าย ดังนั้นก่อนเฉือนแผ่นตาต้องแน่ใจว่ามีดคมและสะอาดพอ 8. แต่งแผ่นตาทั้ง 2 ข้างให้มีลักษณะบางๆ ขนาดพอให้แผ่นตาเข้ากับรอยเปิดกรีดบนต้นตอ จากนั้นก็ตัดปลายด้านล่างออก

9. ลอกแผ่นตาออกจากเนื้อไม้ โดยการใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 ข้างจับปลายด้านบนของแผ่นตา ใช้นิ้วกลางประคองแผ่นตาส่วนล่างแล้วค่อยๆ ลอกเนื้อไม้ออกจากเปลือกแผ่นตา โดยพยายามอย่าให้ส่วนที่เป็นเปลือกโค้งงอ หรืออีกวิธีหนึ่งใช้การลอกด้วยปากโดยใช้มือข้างหนึ่งจับแผ่นตาไว้แล้วหันด้านปลายแผ่นตาที่ยังไม่ตัดเข้าหาปาก ใช้ฟันยึดส่วนที่เป็นเนื้อไม้แล้วใช้หัวแม่มือกับนิ้วชี้ของมืออีกข้างหนึ่งจับเปลือกด้านล่างไว้ แล้วค่อยๆ ลอกเนื้อไม้ออกจากเปลือกแผ่นตา พยายามไม่ให้เปลือกโค้งงอเช่นกัน ตรวจดูแผ่นตาที่ลอกเสร็จ หากแผ่นตาซ้ำหรือจุดเยื่อเจริญหลุดหรือแหว่งหรือไม่สมบูรณ์ก็ให้ทิ้งไป ใช้เหลือเฉพาะแผ่นตาที่สมบูรณ์เท่านั้น

10. สอดแผ่นตาที่ลอกเนื้อไม้ออกแล้วใส่ลงในลิ้นเปลือกต้นตอเบาๆ อย่างรวดเร็ว และในขณะที่ใส่ระวังอย่าให้แผ่นตาถูกเนื้อไม้ เพราะจะทำให้แผ่นตาและเยื่อราเกิดอาการช้ำได้ และตัดส่วนของแผ่นตาที่เกินอยู่ข้างบนทิ้ง หรือจะทิ้งไว้เพื่อรอตัดออกในขณะที่พันผ้าพลาสติกก็ได้ 11. พันแผ่นตาด้วยแผ่นพลาสติกใส ขนาดความยาวประมาณ 30 เซ็นติเมตร โดยพันจากด้านล่างขึ้นข้างบนให้แผ่นตาแนบกับแผลรอยเปิดของต้นกล้า และให้ขอบพลาสติกทับกันสูงขึ้นไปจนเหนือรอยตัดตา 2 ถึง 3 รอบ ผูกพลาสติกให้แน่นโดยการสอดปลายเข้าไปในพลาสติกรอบสุดท้ายแล้วดึงให้แน่น 12. ติดไว้ประมาณ 21-30 วัน ค่อยนำพลาสติกออกโดยใช้มีดกรีดพลาสติกบริเวณด้านตรงข้ามเพื่อไม่ให้พลาสติกหลุดออกจากแผ่นตา 13.ตัดปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้เป็นต้นอ่อนตลอดเวลาจะทำให้ต้นยางไม่ออกดอก(ถ้าออกดอกต้นยางจะเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่

Facebook Comments Box

Check Also

เทคนิคการปลูก และดูแล พริกเหลือง

เกษตรกรไทยส่วนใ …